ใครผิดกว่ากัน? สาวหัวร้อน เตะ รปภ. เจอสวนกลับเสียงดังฟังชัด แว่นหลุดแทบล้มทั้งยืน (คลิป)
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9885462/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgใครผิดกว่ากัน? สาวหัวร้อน เตะ รปภ. เจอสวนกลับเสียงดังฟังชัด แว่นหลุดแทบล้มทั้งยืน (คลิป)

ใครผิดกว่ากัน? สาวหัวร้อน เตะ รปภ. เจอสวนกลับเสียงดังฟังชัด แว่นหลุดแทบล้มทั้งยืน (คลิป)

แชร์เรื่องนี้

สาวลงจากรถหัวร้อนเตะ รปภ. เจอสวนกลับเสียงดังฟังชัด โซเชียลถก "ป้องกันตัว" หรือ "ทำร้ายร่างกาย" ตำรวจเข้าสอบสวนแล้ว

กลายเป็นคลิปวิดีโอไวรัลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลของจีน เมื่อคนขับรถหญิงรายหนึ่งในมณฑลฮกเกี้ยน เกิดมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเรื่องที่จอดรถ จนเรื่องราวบานปลายถึงขั้นใช้กำลัง โดยหญิงสาวเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน แต่กลับถูกคู่กรณีสวนคืนจนอยู่ในสภาพนิ่งอึ้ง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองหย่งอัน มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกภาพขณะที่หญิงคนขับรถเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด และพยายามใช้เท้าเตะพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้จุดชนวนโทสะให้แก่รปภ. จนเขาฟาดมือตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นตามที่ปรากฏในคลิป

ถกสนั่นโซเชียล! ใครผิดใครถูกระหว่าง "ทำร้ายร่างกาย" กับ "ป้องกันตัว"

หลังจากคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจีนได้แตกความเห็นออกเป็นหลายฝ่าย โดยส่วนหนึ่งมองว่าฝ่ายหญิงเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อนและมีพฤติกรรมอวดดี จึงสมควรได้รับบทเรียน และการที่เธอเตะพนักงานก่อนถือเป็นการละเมิดกฎหมายการลงโทษด้านความปลอดภัยสาธารณะในข้อหาทำร้ายผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งนักกฎหมายหลายรายให้ความเห็นที่ต่างออกไป โดยมองว่าการเตะของฝ่ายหญิงอาจถือเป็นการละเมิดเพียงเล็กน้อย แต่การที่รปภ. สวนกลับด้วยการตบอย่างรุนแรงอาจถูกพิจารณาว่าเป็นการ "ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ" หรือเป็นการ "สมัครใจทะเลาะวิวาท" ทั้งสองฝ่าย ในขณะที่บางส่วนแย้งว่ารปภ. เพียงแค่ตอบโต้เพื่อหยุดการกระทำของฝ่ายหญิงและไม่ได้ตามไปทำร้ายซ้ำ จึงควรเข้าข่ายเจตนาป้องกันตัว

ตำรวจตั้งสำนวนสอบสวน เร่งเคลียร์ปมความรับผิดชอบ

ข้อมูลจากสำนักข่าว China News Weekly ระบุว่า ขณะนี้หน่วยงานรักษาความมั่นคงสาธารณะในเมืองหย่งอันได้ทำการตั้งสำนวนคดีเพื่อเข้าแทรกแซงและตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะใช้หลักฐานจากภาพวิดีโอในที่เกิดเหตุ รวมถึงประเมินอาการบาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายเพื่อพิจารณาความรับผิดชอบตามกฎหมายต่อไป

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :nextapple.com